USERNAME    PASSWORD   REGISTER | FORGOT PASSWORD ?
รับข่าวสยามบันเทิง
ทางมือถือ
  PR News : “ปราโมทย์” ไอดอลยุค 90’sคัมแบ็ค หวนคืนจอแก้วในรอบ 15 ปีที่หายไป




                หากเอ่ยชื่อของ “โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร” เชื่อว่าแฟนละครยุค 90 คงจะรู้จักชื่อนี้กันเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะเขาคือ “พระเอกขวัญใจวัยรุ่นยุค 90” นั่นเอง ที่ล่าสุดชื่อของ “ปราโมทย์ แสงศร” ได้เป็นที่พูดถึงอีกครั้งเมื่อเขาได้หวนกลับมาเล่นละครอีกครั้งหนึ่งในเรื่อง “ตี๋ใหญ่ 2 ดับเครื่องชน” ทางช่อง Mono 29 หลังจากที่ห่างหายงานแสดงละครไปกว่า 15 ปีเต็ม โดยคราวนี้ “สยามบันเทิง” ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับผู้ชายอารมณ์ติสท์คนนี้ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจถึงสาเหตุที่หายไป และทุกเรื่องราวในชีวิตของเขาอย่างหมดเปลือก

ที่ผ่านมาหายหน้าหายตาไปไหนมา?
                โมทย์ : “หายไปทำงานเบื้องหลังมาครับ แต่ว่าที่ผ่านงานแสดงก็ยังรับอยู่เพียงแต่เป็นกลุ่มเธียเตอร์เล็กๆ ละครเวทีประมาณนั้น แล้วก็จะมีเขียนบท , ทำงานหนัง ที่ไปทำงานตรงนั้นเพราะเหมือนมันเป็นช่วงหักดิบครับ เพราะว่าผมเป็นคนที่มีโลกตัวมาตลอด ตั้งแต่ช่วงเด็กๆ แล้ว แต่ทีอยู่ช่วงที่ป่วยหนักเรื่องนี้แหละครับ เพราะมันรับแต่งานเดิมๆ แสดงแบบเดิมๆ เล่นบทเดิมๆ มันก็รู้สึกว่าไม่อยากเล่น ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากอยู่กับใคร มันไม่มีความสุขในการทำงานแล้ว ก็เลยหักดิบเลย ไปทำงานเบื้องหลัง ทำหนังสั้น ก็ได้รู้จักชีวิตคนหลายๆ แบบในอีกมุมนึง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในวงการแสดงเพียงอย่างเดียว”

นานแค่ไหน?
               โมทย์ : “ประมาณ 15 ปีได้ครับ”

ทำไมถึงตัดสินใจกลับมารับละครอีกครั้งทั้งๆ ที่เราอยากจะหยุด?
               โมทย์ : “ตอนนั้นผู้กำกับ พี่ปีเตอร์เค้าติดต่อมาคุย ก็นัดกันหลายรอบเหมือนกับ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพราเราห่างงานแสดงไปกว่า 15 ปี ก็ไม่รู้ว่ากลับมาแล้วจะเล่นยังไง เล่นได้ไหม แต่เหตุผลที่ตัดสินใจรับละครเรื่องนี้เพราะว่าอ่านบทแล้วอยากเล่น เป็นบทที่สำหรับผมเหมือนเป็นบทที่ใฝ่ฝันเหมือนกัน “แรม” เป็นคนที่มีทัศนคติเป็นของตัวเอง เหมือนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มีความเพี้ยนอารมณ์ขึ้นลง ตลอดเวลา เหมือนแรมจะคิดว่าชีวิตมันก็แค่นี้ พยายามใช้ชีวิตทุกวันเหมือนเป็นวันสุดท้าย เต็มที่กับชีวิต ซึ่งผมไม่เคยเล่นบทแบบนี้มาก่อน ก็รู้สึกท้าทาย และก็ไม่ได้แสดงมานานก็อยากจะลองกลับมาในบทบาทใหม่ๆ บ้าง อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ได้กลับมาร่วมงานกับเพื่อนเก่า เต๋า สมชาย ในบทบาทที่ต้องปะทะกัน ซึ่งแตกต่างไปจากบทเดิมที่เคยเล่น”

กระแสตอบรับจากซี่รี่ส์ “ตี๋ใหญ่2ดับเครื่องชน”ดีมากรู้สึกอย่างไร?
                โมทย์ : “รู้สึกดีใจเหมือนได้กลับมาให้ความสุขเค้าเหมือนเดิม เพราะไม่ได้ให้ความสุขเค้ามานานแล้ว สำหรับคนที่เคยดูเราแสดง แล้วเค้าตอบรับกลับมาดี ก็ต้องขอบคุณนะครับ  ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำด่าแบบชมๆ อย่างบอกกวนมาก ท่าเดินเอามาจากไหน ทำไมเล่นให้เกลียดได้แบบนี้ ชอบตัวละครแรม เข้าถึงอารมณ์อะไรประมาณนี้ครับ คนที่ไม่รู้จัก อาจจะคิดว่าตัวจริงเป็นแบบนั้นจริงๆก็ได้(หัวเราะ) บท “แรม” ค่อนข้างเป็นคนที่มีทัศนคติเป็นของตัวเอง เหมือนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มีความเพี้ยนอารมณ์ขึ้นลงตลอดเวลา จะคิดว่าชีวิตมันก็แค่นี้ พยายามใช้ชีวิตทุกวันเหมือนเป็นวันสุดท้าย ซึ่งบทแบบนี้ก็อยากเล่นมานานแล้วครับ”

คนจะมองว่ามีโลกส่วนตัวสูงเข้าถึงยาก?
                โมทย์ : “อาจจะต้องใช้เวลาเหมือนกันครับ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน คือไม่ค่อยกล้าคุยกับใคร  บางทีก็อยากจะทำอะไรคนเดียวก็มี ส่วนใหญ่คนที่เคยเจอเคยคบ หรือเพื่อนๆบอกมีโลกส่วนตัว แม้กระทั่งเต๋าก็ยังพูดตั้งแต่ตอนที่ถ่ายโลกทั้งใบฯตอนนั้น ถ่ายเสร็จบางทีก็ไปนั่งฟังเพลงในรถ อ่านอะไรเขียนอะไรคนเดียว ช่วงหลังดีขึ้นครับ คุยมากขึ้นครับ อย่างเพื่อนในวงการที่สนิทก็จะมีเต๋า ออย ธนา โก้ และเพิ่งมาสนิทกับทีมงานตี๋ใหญ่ อย่างเตอร์ อี๊ด ที่ได้เจอบ่อยๆ”

มุมมองการใช้ชีวิตของ “ปราโมทย์ แสงศร”?
                โมทย์ : “พอมาถึงตอนนี้ก็อาจจะคล้ายๆแรมมั้งครับ คือทำอะไรให้มีความสุขที่สุด ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร  สิ่งไหนที่เราคิดว่า เรามีความสุข คนรอบข้างมีความสุขก็จะทำสิ่งนั้นครับ”

พูดถึง“เต๋า สมชาย” เพื่อนซี้ที่กลับมาร่วมงานกัน?
                 โมทย์ : “ดีครับการทำงานก็ง่ายขึ้นเหมือนเราก็รู้นิสัยกันอยู่แล้ว คือเพื่อน สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น ลึกๆก็มีความเป็นห่วงกันอยู่แล้ว  คือโตขึ้นก็จะเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ พอมองย้อนกลับไป ตอนเราเป็นเด็กก็ไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมเต๋าต้องพูดแบบนี้ ต้องมีพฤติกรรมแบบนี้ พอโตแล้วก็เข้าใจ เราก็ไม่ได้ตัวติดกันขนาดนั้นต่างคนต่างก็มีวิถีชีวิต แต่ช่วงที่มันแย่ ถ้าไม่สนิทมันก็คงไม่ชวนไปอยู่ที่ห้องช่วงที่มันไม่โอเค ตอนนั้นเราก็มีโลกส่วนตัวสูง มันก็คงเข้าใจพยายามชวนให้มาออกเจอคนอื่นบ้าง ออกมามีสังคมบ้าง เอางี้เต๋าเป็นเพื่อนในวงการคนเดียวที่เคยไปบ้านผมนอนในห้องผม คนอื่นไม่เคยไป เพื่อนยังไม่เคยเข้าไปนอนในห้องเลย ขนาดแฟนยังไม่เคยเข้าไปนอนถึงในห้องนอนผมเลย ไม่เคยบอกมันเลย  คือไม่สนิทก็ไม่ให้ไปนอนขนาดนี้หรอก อันนี้เต๋ามันไม่รู้นะ อยากจะบอกขนาดแฟนกูยังไม่เคยเข้าไปในห้องนอนเลย(หัวเราะ)”

กิจกรรมยามว่างทำอะไรบ้าง?
                โมทย์ : “อ่านหนังสือ เตะบอลครับ”

แล้วกิจกรรมในครอบครัวล่ะ?
                โมทย์ :  “แม่ไม่ค่อยชอบออกไปไหน เพราะติดละคร ชอบดูละครเกือบทุกเรื่องเลยครับ ส่วนใหญ่ก็จะพาไปทานข้าว ทานสุกี้  ส่วนพ่อจะไปคนเดียวไปกับเพื่อนๆบ้างเพราะรู้ว่าแม่ไม่ชอบออกไปข้างนอกครับ”

ในเรื่องความรักเห็นเคยให้สัมภาษณ์ว่าคบเพศไหนก็ได้?
                โมทย์ : “เอาจริงๆ ตอนนั้นคือตอบเพราะอยากประชดครับ แต่เรื่องจริงๆ ผมก็รู้สึกดีทั้งผู้ชายและผู้หญิงนะ ผมเคยคบทั้งผู้ชายและผู้หญิงนะ มันก็มีความสุขและความเจ็บปวดเหมือนกันทั้ง 2 แบบ เพราะท้ง 2 แบบมันคือความรัก มีคนเคยติดต่อผมไปออกรายการแต่ผมไม่ไป ผมไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ถามว่าแฟนผมจำเป็นต้องเป็นผู้หญิงไหมก็ไม่จำเป็น เรารักใครเราก็รักคนนั้น ถ้ามันรู้สึกดีต่อกัน เราไม่ได้แอนตี้ว่าต้องผู้หญิง เป็นกระเทย เป็นตุ๊ด เป็นเกย์ เป็นผู้ชาย แต่ผมว่าไม่ว่าเพศไหน ความรักมันสวยงามเสมอ อยู่ที่คน 2 คนจัดระเบียบความรู้สึกต่อกัน เพราะประการณ์ความรักของผมที่ผ่านมา ผมใช่เวลา 2 ปีกว่าจะทำใจลืมได้”

ช่วงที่มีปัญหาชีวิตครอบครัวให้กำลังใจอย่างไรบ้าง?
               โมทย์ : “พีคๆเลยน่าจะเป็นเรื่องความรัก แม่ก็จะมีคำพูดตรงๆให้เราได้คิด นิสัยแม่เหมือนผู้ชาย  แม่คงเห็นสภาพเราไม่ไหว ไม่ทานข้าว เห็นตาแดงๆ เค้าน่าจะรู้ผู้ใหญ่อ่ะเนอะ  ช่วงก่อนไม่ค่อยสนิทกับแม่กับพ่อเท่าไหร่  ด้วยความเป็นลูกคนเดียวด้วย อยู่คนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เพราะว่าพ่อกับแม่ทำงานนอกบ้านหมด ก็จะติดเพื่อน อยู่กับเพื่อนมากกว่า  เพิ่งมาช่วงระยะหลังที่ได้คุยกันมากขึ้น ได้เจอกันมากขึ้น ใช้ชีวิตด้วยกันมากขึ้นตอนนี้”

เห็นว่าหักดิบจู่ๆก็ทานมังสวิรัติ
                โมทย์ : “ใช่ครับ เหมือนหักดิบเลย คือเมื่อก่อนเราไปฟิตเน็ต เล่นกล้าม มีเทรนเนอร์ส่วนตัวเค้าจะให้ทานอกไก่ เนื้อสัตว์ กินโปรทีนเยอะๆ ช่วงนั้นกินเยอะมากและไปเล่นทุกวัน พอสักพักรู้สึกว่ามันไม่ใช่ รู้สึกว่าทำไมเราต้องมาทรมานขนาดนี้  กินเนื้อสัตว์เยอะๆมันเหมือนมีความเครียดมากขึ้น ผิวมันดูแปลกๆ เลยหยุดกินไปเลยสองปี กินไข่ กินผัก ถ้าเทศกาลเจก็จะไม่กินเลยที่เป็นไข่ มาช่วงปีนี้เริ่มกลับมาเตะบอล เลยมาเริ่มกินอาหารทะเลบ้าง ตอนปรับตัวแรกๆร่างกายก็ไม่ค่อยโอเค พอปรับได้ก็โอเคครับ”

เห็นว่าเป็นอาจารย์พิเศษที่ศิลปากรด้วย?
                โมทย์ : “สอนปีสี่ครับที่ศิลปากร จะมีคณะ ICT จะมีแยกเอกฟิล์ม ก็จะเข้าไปช่วยสอน แต่ไม่ได้สอนประจำ สอนเรื่องหนังสั้น เป็นจุลนิพนธ์ที่เค้าจะจบกัน เป็นงานที่ต้องทำหนังสั้นส่งคณะกรรมการเพื่อจะได้คะแนนกันเพื่อได้เกรดจบ สอนทุกจันทร์ พุธ ศุกร์ แต่ก็จะมีหนักวันเสาร์ ช่วงตรวจหนังจุล ในห้องก็จะมีประมาณสิบสองคน เราก็จะดูความคืบหน้าของแต่ละคน ว่าบทเค้าเป็นอย่างไร ทำทุกขั้นตอนเลย เหมือนโปรดิวเซอร์ ช่วยเป็นที่ปรึกษาด้วยครับ อยู่กับเค้าตั้งแต่แรกในการทำหนังเรื่องหนึ่งให้เสร็จ สอนตั้งแต่เก้าโมงถึงหนึ่งทุ่ม บางทีก็สิบโมงถึงสองทุ่มเลย สอนมาประมาณ 4-5 ปีแล้วครับ”

เป็นหนึ่งในสองคนของประเทศที่ได้ทุนจากเทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์?
                โมทย์ : “มันเป็นทุนที่เมืองคานส์ ในโครงการ Cinefondation,Cannes Residenceในแต่ละปีเค้าจะให้หกคนจากทั่วโลก ปีนั้น 2011 สมัครพันกว่าคน ก็บินไปสัมภาษณ์ มีคนไทยสองคนที่ได้ ที่เหลือเป็นคนยุโรป และเป็นปีเดียวจากนั้นคนไทยก็ยังไม่เคยมีใครได้ไปอีก  จะคล้ายๆเป็นอะคาเดมี่ คล้ายๆเอเอฟ คัดคนไปอยู่ด้วยกันหกคนทั่วโลก มีห้องให้แต่ละห้อง มีคนที่เป็นผู้กำกับยุโรปเก่งๆ มีโปรดิวเซอร์ ให้บินไปเม็กซิโก บินไปสวิตเซอร์แลนด์ ไปเจอโปรดิวเซอร์หลายๆที่  และมีเงินเดือนให้ อยู่ประมาณ 7 เดือน ที่ได้ทุนนี้เพราะเราเขียนทรีทเม้นท์สิบสองแผ่นเข้าไป แล้วเค้าเลือก บทเกี่ยวกับหนังไทย และจะเอาทรีทเม้นท์นั้นเพื่อพัฒนาให้เป็นบท และเพื่อจะสร้างเป็นหนัง ตอนนี้บทเสร็จแล้ว เพิ่งส่งบทแปลเป็นภาษาอังกฤษกลับไปเมื่อมีนา รอฟีดแบคว่าเค้าจะหาทุนทางด้านไหนเพิ่มบ้าง ตอนนี้เราก็หาทุนทำหนังเรื่องนี้อยู่ ได้มาส่วนหนึ่งแล้วแต่ยังไม่พอ เป็นหนังทุนเล็ก เป็นหนังอินดี้ตามที่เค้าเรียกกันประมาณหกเจ็ดล้าน เป็นหนังเกี่ยวกับครอบครัวคนต่างจังหวัด ทำไมถึงทำเรื่องนี้คือจะทำให้พ่อ พ่อเป็นคนอีสานเป็นคนจังหวัดศรีสระเกศ ตอนนี้เรื่องโอเคหมดแล้ว รอถ่าย หนังเสร็จเราก็ส่งไปที่คานส์อาจจะเข้าประกวด แต่หนังต้องดีด้วยนะ คือหลายขั้นตอนเพราะมันไม่ได้เป็นทุนเดียว  ส่วนหนังสั้นของไทย ก็กำลังจะทำอยู่ครับ เป็นหนังเปิดเทศกาลให้เทศกาลหนังสั้น กำลังจะถ่ายอยู่ครับ”
 
 

374   0





ค้นหาข้อมูล  | search |
Top 10 PR news
My Dream The Series นายในฝัน

Posted 04/10/2018  Time 04:55 pm
72   0
© 2009 by SBT.co.th : Siambunterng Newspaper . All rights reserved